คาร์ลอส อาเดรียโน : หนามยอกอกปราสาทสายฟ้า-ซานเฟรซเซ่

Share on Facebook0Tweet about this on TwitterShare on Google+0Email this to someone
calos adriano-Fc seoul

ผ่านไปแล้วสำหรับเกมเอซีแอล 2016 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ ที่บุรีรัมย์ สเตเดียม เมื่อวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับเอฟซี โซล ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของทีมผู้มาเยือนจากแดนกิมจิ ไปด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 6 – 0 โดย 4 ประตูที่ยอดทีมจากกรุงโซลทำได้ เป็นประตูที่เกิดขึ้นจากหนึ่งในนักเตะชาวบราซิลหมายเลข  11 ของทีม

คาร์ลอส อาเดรียโน เด ซูซ่า ครูซ หรือเรียกง่ายๆว่า “อาเดรียโน” เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน ปี 1987  ที่เมือง วาเลนกา มลรัฐบาเฮีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล โดยดาวยิงที่ในปัจจุบันอายุ 28 ปีถูกตั้งฉายาว่า “อาเดรียโน ไมเคิล แจ็คสัน” เนื่องจากการแสดงท่าดีใจในการทำประตูของเจ้าตัวที่บ่อยครั้งมักจะมีการเลียนแบบอดีตนักร้องดังสัญชาติอเมริกันอย่าง “ไมเคิล แจ็คสัน” นั่นเอง

อาเดรียโน เริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งกับทีมบาเฮียชุดเยาวชน ในวัยเพียง 18 ปี ก่อนจะค้าแข้งในแดนแซมบ้ากับอีกหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น  เซียร่า สปอร์ตคลับ, อเมริกา-อาร์เจ,บาเฮียชุดใหญ่ และ พัลไมรัส ในช่วงระหว่างปี 2007 – 2011

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเล่นให้ทีมอเมริกา อาร์-เจ สโมสรในมลรัฐริโอ เดอจาเนโร ช่วงฤดูกาล  2009 -2010 ซึ่งเจ้าตัวมีโอกาสได้อยู่ร่วมทีมกับ โรมาริโอ สตาร์ดังชาวแซมบ้า ที่มีชื่อลงเล่นให้กับทีม 1 นัด โดยโรมาริโอ ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามแทนเจ้าตัวในนาทีที่ 68 ในฟุตบอลรายการ Campeonato Carioca Second Division หรือศึกฟุตบอลชิงแชมป์ระดับล่างของมลรัฐริโอ เดอ จาเนโร ในปี 2009 ที่มีคิวดวลกับ Artsul ก่อนทั้งคู่จะพาทีมเก็บชัยชนะได้ 2 -0 พร้อมกับการพาต้นสังกัดคว้าแชมป์รายการดังกล่าวได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ช่วงระหว่างที่อาเดรียโน ลงสนามในสีเสื้อของพัลไมรัส สโมสรดังในระดับลีกสูงสุดของประเทศบราซิล ในปี 2011 นั้น นับเป็นอีกหนึ่งเกียรติประวัติที่น่าสนใจของเจ้าตัว ในฐานะดาวซัลโวสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์ (5 ประตู จากการลงสนาม 4 นัด) พายอดสโมสรจากมลรัฐ เซา เปาโลทะลุเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกฟุตบอล โคปา เดอ บราซิล ในปีดังกล่าว มาแล้ว (พ่ายต่อ คอริติบาในรอบดังกล่าวไปด้วยสกอร์รวม 6- 2 )

calos adriano-001

ก่อนจะชีพจรลงเท้าด้วยการเลือกย้ายมาค้าแข้งบนผืนแผ่นดินเอเชีย โดยมี ต้าเหลียน ซือเต๋อ  (ปัจจุบันคือ ต้าเหลียน ยี่ฟาง) สโมสรในลีกแดนมังกร จัดการคว้าตัวไปร่วมทีม ในวันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2011 พร้อมเซ็นสัญญา 4 ปี ด้วยค่าตัวถึง 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 135 ล้านบาท เลยทีเดียว

1 สัปดาห์หลังการที่ต้าเหลียน ซือเต๋อเซ็นสัญญาคว้าอาเดรียโนมาร่วมทีม เจ้าตัวถูกส่งลงสนามและช่วยต้นสังกัดใหม่สู้ศึกไชนีส ซุปเปอร์ ลีกปี 2011 ทันที ในฐานะตัวสำรองของ อาห์น จุง ฮวาน อดีตศูนย์หน้าคนดังชาวเกาหลีใต้ ช่วงครึ่งเวลาหลัง ในเกมที่ทีมเปิดสนาม จินโจว สเตเดียม เอาชนะ เฉินตู เทียนเฉิน ไปได้ 2 – 0 ก่อนจะทำประตูแรกในสีเสื้อของต้าเหลียน ซือเต๋อได้ในเดือนสิงหาคม ปี 2011 ในเกมที่ทีมเสมอกับ เหลี่ยวหนิง หวู่วิ่น 1 – 1 โดยหลังจบฤดูกาลแรกของเจ้าตัวในทวีปเอเชีย หัวหอกแดนกาแฟรายนี้ ลงสนามในกับทีมไปทั้งสิ้น 12 นัด ทำไปทั้งหมด 4 ประตู

อีกทั้งในฤดูกาล 2012 เจ้าตัวทำประตูลีกแดนมังกรใน 1 เกมได้มากถึง 5 ประตู ศึกไชนีส เอฟเอ คัพ รอบสาม ที่ไล่ถล่ม ยันเบียน ฟูเต๋อ ไปถึง 8 – 0 ทำลายสถิติของ หวัง เตา (ต้าเหลียน ไชด์) ในปี 1998 และ มาร์ค วิลเลียมส์ แข้งชาวแอฟริกาใต้ (ฉงชิง ลี่ฟาน) ในปี 1999 ที่ทำไป 4 ประตูเท่ากัน ตามลำดับ โดยมีสถิติการลงสนามช่วยทีมเป็นฤดูกาลสุดท้ายอยู่ที่ 23 นัด ทำได้ 8 ประตู ก่อนจะกลับมาเล่นในลีกบราซิลช่วงสั้นๆในปี 2013 กับทีมบาเฮียและ Atlético Clube Goianiense

และในปี 2014 ชีวิตของอาเดรียโน ก็เกิดการพลิกผันอีกครั้ง หลังเจ้าตัวเลือกที่จะย้ายกลับไปค้าแข้งในทวีปเอเชียเป็นครั้งที่สอง แต่คราวนี้ดาวยิงเลือดแซมบ้าเลือกที่จะมาค้าแข้งในแดนกิมจิกับแดยอน ซิติเซ่น สโมสรดังในศึกเคลีก ชาเล้นจ์ 2014 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการพาต้นสังกัดเลื่อนชั้นไปเล่นบนลีกสูงสุดของประเทศอย่าง ศึกเคลีก คลาสสิค ปี 2015 ให้ได้

ซึ่งดาวยิงเจ้าของส่วนสูง 171 เซนติเมตรก็ไม่ทำให้ต้นสังกัดใหม่ต้องผิดหวัง หลังจัดการกระหน่ำประตูได้มากถึง 27 ประตู จากการลงสนาม 34 นัด พาแดยอน ซิติเซ่น ผงาดคว้าแชมป์เคลีก ชาเลนจ์ ชนิดที่ทิ้งห่างทีมอันดับ 2 อย่างอันซาน มูกังฮวาไปถึง 11 คะแนน (แดยอนมี 70 แต้ม, มูกังฮวามี 59 แต้ม) พาทีมเลื่อนชั้นมายังลีกสูงสุดของเกาหลีใต้ พ่วงกับรางวัลนักเตะทรงคุณค่า(MVP)และดาวซัลโวสูงสุดประจำฤดูกาลดังกล่าวมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

ก่อนที่ในเคลีกฤดูกาล 2015 เจ้าตัวอยู่ช่วยแดยอน ซิติเซ่นเพียง 18 นัด รวมทุกรายการ เนื่องจากในช่วงเลคสองของเคลีกฤดูกาลดังกล่าว เป็นเอฟซี โซล สโมสรยักษ์ใหญ่ร่วมลีก ไม่รอช้าที่จะจัดการกระชากดาวเตะบราซิลเลียนมาร่วมทีมในถิ่น โซล เวิลด์ คัพ สเตเดียม ในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2015 ทันที

เพียงปีแรกที่อยู่กับทีม ดาวเตะวัย 28 ปี ก็ไม่ทำให้ต้นสังกัดใหม่ต้องผิดหวัง หลังจัดการกดประตูมากถึง 10 ประตู จากการลงสนาม 15 นัด พาเอฟซี โซลจบอันดับ 4 บนตารางเคลีกปี 2015 บวกกับการคว้าแชมป์โคเรียน เอฟเอ คัพ ปีเดียวกัน คว้าสิทธิ์เอเอฟซี แชมป์เปียนส์ลีกปี 2016 รอบแบ่งกลุ่ม ทันที โดยถือเป็นครั้งแรกของในชีวิตการค้าแข้งเจ้าตัวสำหรับการลงเล่นฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ระดับทวีป

และจากผลงานอันโดดเด่นในปีแรกบนลีกสูงสุดแดนกิมจิ ส่งผลให้เจ้าติดมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลไปครองได้อีกด้วย

calos adriano - 002

 

พิษสงของอาเดรียโน เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง หลังการลงสนามในสีเสื้อของเอฟซี โซล ทำการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซื แชมเปียนส์ลีก 2016 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ นัดแรกของทีม ที่ต้องบุกมาเยือนถิ่นบุรีรัมย์ สเตเดียมของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรแกร่งจากไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อช่วงเย็นของวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก่อนจะจบเกมดังกล่าวไปด้วยชัยชนะอย่างท้วมท้นของเอฟซื โซล ที่เอาชนะไปด้วยสกอร์  6 – 0 โดยดาวยิงเจ้าของหมายเลข 11 รายนี้ ทำได้ถึง 4 ประตู ในเกมดังกล่าว พาโซลเก็บ 3 คะแนนสำคัญ พร้อมตั้งเป้าหมายลุ้นเก็บชัยและยิงประตูอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยสโมสรประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุด

จากนักเตะโนเนมสัญชาติบราซิลเลียนรายหนึ่ง ที่แทบจะไม่มีเกียรติประวัติส่วนตัวที่ยิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จกว่าแข้งชาวแซมบ้าคนใดมากนัก มาวันนี้ดาวเตะเจ้าของฉายา “อาเดรียโน ไมเคิล แจ็คสัน” พิสูจน์ให้เห็นแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟอร์มการเล่นในเกมแรกของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับทวีปเอเชียอย่าง เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ว่ามีทีเด็ดและพิษสงในการทำประตูมากแค่ไหน และถ้าสโมสรใดเกิดพลาดท่าถูกยอดดาวยิงแดนกาแฟยิงประตูซุกอยู่ก้นตาข่าย อาจส่งผลถึงความปราชัยเหมือนอย่างทีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ถูกพิษสงของเจ้าตัวเล่นงานมาแล้ว

comments