2 เรื่องที่ไม่เคยรู้ กงวินห์-ริดเดิ้ล แมตช์ชี้ชะตาผู้แพ้ต้องลาทีมชาติ

Share on Facebook0Tweet about this on TwitterShare on Google+0Email this to someone
cong vinh - riedl

เกมการแข่งขันระหว่าง เวียดนาม กับ อินโดนีเซีย ที่จะเริ่มขึ้นในเย็นวันนี้ (7 ธ.ค.59) แน่นอนว่าเป็นเกมการตัดสินที่มีเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 เป็นเดิมพัน แต่ความจริงแล้ว มันมีมากกว่านั้น…

ย้อนไปเมื่อปี 2004 เล กง วินห์ ที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในขณะนั้นได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ภายใต้การคุมทีมของ อัลเฟรด ริดเดิ้ล กุนซือชาวออสเตรียที่ตัดสินใจมารับงานภูมิภาคอาเซียนเป็นครั้งแรกเช่นกันกับการคุมทัพดาวทอง

การพบกันของทั้งสองไม่ได้ผูกมิตรกันตั้งแต่แรกเริ่ม โดยระหว่างการฝึกซ้อมที่นครโฮจิมินห์ หลังจากที่ กงวินห์ ทำประตูได้จากลูกยิงจากระยะไกลกว่า 30 เมตร ทว่า ริดเดิ้ล กลับทำท่าโบกมือให้แล้วบอกว่า “โชคดี โชคดี” โดยศูนย์หน้าดาวโรจน์ของเวียดนามก็ทำท่าโบกมือกลับพร้อมหัวเราะและพูดว่า “มันไม่ใช่โชค”

Photo Credit: Getty Images

Photo Credit: Getty Images

ช่วงเวลานั้น กง วินห์ ไม่เคยเป็นตัวเลือกแรกและอยู่ในสายตาของ อัลเฟรด ริดเดิ้ล เลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเลือกใช้งาน ฟาน ตรันห์ บินห์ มากกว่า

ทว่าช่วงปลายปี 2005 กง วินห์ ก็สามารถเอาชนะใจกุนซือชาวออสเตรียได้สำเร็จ หลังกลายเป็นกำลังหลักพาทีมชาติเวียดนาม รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี คว้ารองแชมป์การแข่งขัน ซีเกมส์ ปี 2005 ที่ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ

หลังจากนั้นในปี 2006 ก่อนที่ทีมชาติเวียดนามจะเดินทางไปที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อทำการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ริดเดิ้ล ได้เรียกนักฟุตบอลชุดโอลิมปิกมารวมกัน และบอกว่า บางทีมันอาจจะไม่เกิดขึ้นอีก และเดินไปหานักเตะแต่ละคน ซึ่งเขาได้หยุดคุยกับ กง วินห์ เป็นเวลานานเพื่อบอกว่า “นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้ร่วมงานกัน” ซึ่งหลังจากนั้นรีเดิ้ลได้หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตา ส่วนนักเตะต่างก็ร้องไห้ เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนจริงใจแค่ไหน และจากนั้นในปี 2007 ริดเดิ้ล ก็ต้องลาจากทีมไปในที่สุด

Photo Credit: Football Channel Thailand

Photo Credit: Football Channel Thailand

10 ปีต่อมา เล กง วินห์ ได้กลายเป็นกัปตันทีมชาติเวียดนาม และเป็นผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ของประเทศ ขณะที่ อัลเฟรด ริดเดิ้ล ก็มาเป็นกุนซือใหญ่ให้กับทีมชาติอินโดนีเซีย และทั้งสองชาติก็โคจรมาพบกันในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016

แน่นอนว่าเป็นเกมที่ชี้ชะตาว่าใครจะได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือเกมนี้จะกลายเป็นนัดตัดสินอนาคตของทั้งคู่ในนามทีมชาติ หลังจาก กง วินห์ ได้ประกาศว่าซูซูกิ คัพ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะสวมเสื้อทีมชาติเวียดนามลงสนาม และริดเดิ้ลก็เคยกล่าวไว้ว่าเขาจะวางมือหากพาทัพอิเหนาตกรอบ

ซึ่งเย็นวันนี้ที่มี ดินห์ สเตเดียม จะมีคำตอบว่าระหว่าง  เล กง วินห์ และ อัลเฟรด ริดเดิ้ล ใครจะเป็นผู้ที่โบกมือลาทีมชาติก่อนกัน…

comments