ออสมาร์ อิบันเญซ: จากตำนานปราสาทสายฟ้าสู่ประวัติศาสตร์เคลีก

Share on Facebook0Tweet about this on TwitterShare on Google+0Email this to someone
Photo credit: Getty

หากเอ่ยถึงชื่อของ ออสมาร์ อิบันเญซ เชื่อว่าคนที่ติดตามฟุตบอลไทยอย่างเป็นประจำคงจะคุ้นชื่อ ของเขาเป็นอย่างดี หลังเคยมาฝากผลงานอันยอดเยี่ยมในไทยพรีเมียร์ลีกกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดในช่วงปี 2012-2013

มาวันนี้แนวรับเลือดกระทิง ก็สามารถสร้างชื่อให้กับตัวเองอีกครั้ง หลังอยู่ในสนามครบ 90 นาทีในเกมที่เอฟซี โซล ต้นสังกัดบุกไปพ่าย โปฮัง สตีลเลอร์ส 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

จากผลดังกล่าวทำให้ ออสมาร์ ลงเล่นให้กับ โซล ไปทั้งสิ้น 38 นัดในฤดูกาลนี้ โดยได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทุกนัด และไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกแม้แต่นัดเดียว ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตูคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ลงเล่นครบทุกนัดทุกนาทีในเกมลีกสูงสุดของเกาหลีใต้

นอกจากการทำลายสถิติแล้ว เส้นทางสู่การเป็นแข้งประวัติศาสตร์ของกองหลังร่างโย่งรายนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

Photo credit: Getty

Photo credit: Getty

ออสมาร์ บาร์บา อิบันเญซ ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1988 ในซันโตญา เมืองชายทะเลทางตอนเหนือในประเทศสเปน เขาเริ่มต้นค้าแข้งกับสโมสรราซิง ซานตาเดร์ แต่ก็ไม่สามารถเบียดขึ้นมาแย่งตำแหน่งตัวจริงของทีมได้ โดยลงเล่นไปเพียง 13 เกมในเวลา 4 ปี

อย่างไรก็ดี จากการที่ ซานตาเดร์ ต้องตกชั้นจากลาลีกา ไปอยู่ดิวิชั่น 2 ทำให้สโมสรต้องปรับลดเพดานค่าเหนื่อยของนักเตะลง และเป็นเขาที่โชคร้าย หลังถูกปล่อยตัวออกจากสโมสร ก่อนที่ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเป็นผู้คว้าตัวเขาไปเปิดประสบการณ์ใหม่ในทวีปเอเชีย

การดึงออสมาร์เข้ามา ทำให้เกมรับของบุรีรัมย์ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เขากลายเป็นตัวหลักของทีมอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่า ก่อนการย้ายมาก็ไม่ได้รู้จักลีกไทย และฟุตบอลไทยมากนัก แต่นั่นกลายเป็นสิ่งดี เนื่องจากทำให้เขาไม่กดดันกับการย้ายมาร่วมทีม

แม้เขาจะลงเล่นให้กับเซาะกราวเพียงแค่ฤดูกาลครึ่ง แต่เขาก็พาทีมที่อยู่ไกลบ้านกว่า 1หมื่นกิโลเมตรคว้าได้ถึง 4 แชมป์ แต่สิ่งที่สโมสรได้รับจากเขานั้นมียิ่งกว่านั้น

หากคุณได้ชมเกมที่มีเขาลงสนามซักครั้ง ก็จะได้เห็นความเป็นผู้นำของดาวเตะคนนี้แสดงออกมาอยู่ตลอดเวลา เรามักจะได้เห็นเขายืนสอนนักเตะรุ่นน้องในทีมเสมอๆ นั่นตอบคำถามที่ว่า เหตุใดโค้ชถึงเลือกให้นักเตะต่างชาติที่ลงเล่นให้สโมสรมาไม่นานรายนี้ ได้รับโอกาสให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมอยู่บ่อยครั้ง

“เขา(ออสมาร์ อิบันเญซ) มีความเป็นผู้นำสูงทั้งในและนอกสนาม โดยเราหวังจะให้เขาคอยดูแลนักเตะต่าง ชาติที่เพิ่งมาใหม่ทั้งหมดให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว” โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม อดีตกุนซือบุรีรัมย์ผู้ล่วงลับเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับ Goal Thailand

Photo credit: Buriram United

Photo credit: Buriram United

หลังประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับปราสาทสายฟ้า อดีตเซนเตอร์ซานตาเดร์ ก็ตามหาความท้าทายด้วยการย้ายไปร่วมทัพเอฟซี โซล ทีมยักษ์ใหญ่ของเคลีกในช่วงปลายปี 2013 ด้วยค่าตัวราว 5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 18 ล้านบาท)

แนวรับที่มีส่วนสูงถึง 192 เซนติเมตร ได้รับการจับตามองจากแฟนบอลแดนโสมทันทีในฐานะหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของไทยพรีเมียร์ ลีก และยังเป็นนักเตะสัญชาติสเปนแท้ๆ รายแรกในลีกสูงสุดของประเทศอีกด้วย

กับบ้านใหม่ในเคลีก เขายังระเบิดฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง และได้กลายมาเป็นกำลังหลักของทีมทันที โดยในฤดูกาลแรกเขาลงสนามไปถึง 49 เกมในทุกรายการ พาทีมจบอันดับ 3 รวมทั้งยังเข้าชิงเอฟเอ คัพ ซึ่งน่าเสียดายที่ทีมแพ้ในการดวลจุดโทษต่อ ซองนัม เอฟซี หลังจากที่เสมอกันในเวลา 0 – 0 นอกจากนี้ในเกมระดับทวีป สโมสรจากเมืองหลวงยังผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะไปพ่ายต่อ เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอร์เรอส์ ซึ่งเป็นแชมป์ในปีนั้นอย่างน่าเสียดาย

และปี 2015 ออสมาร์ได้กลายมาเป็นผู้เล่นตัวหลักที่ขาดไม่ได้อย่างแท้จริง เมื่อได้รับมอบหมายให้เป็นรองกัปตันทีมต่อจาก ชา ดู รี ดาวเตะวัยเก๋าของเจ้าถิ่น นับเป็นแข้งต่างชาติรายแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ได้รับหน้าที่นี้

“ผมพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักทุกๆวันเพื่อพิสูจน์ (ความเป็นผู้นำ) และพัฒนาฝีเท้าตัวเอง” ออสมาร์กล่าวกับ Football Channel Asia

“ผมได้รับการแต่งตั้งเป็นรองกัปตันทีมซึ่งเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงสำหรับผม ผมอยากจะเติบโตขึ้นในฐานะนักฟุตบอล เรียนรู้ และทำมันให้ดีขึ้นกว่านี้”

Photo credit: Getty

Photo credit: Getty

ฤดูกาลนี้ ออสมาร์ สามารถพาโซลไปได้ไกลถึงแชมป์ เอฟเอคัพเกาหลีใต้ ด้วยการเอาชนะ อินชอน ยูไนเต็ดไปได้ 3-1 ในนัดชิงชนะเลิศ พร้อมได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า

ก่อนที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักเตะเอาท์ฟิลด์ (นักเตะที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตู)คนแรกของเคลีก ที่ได้ลงเล่นครบทุกนัดครบทุกนาทีในหนึ่งฤดูกาล

ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ ทำให้จุดเด่นของเขาคือลูกกลางอากาศ และได้เปรียบเสมอยามเล่นลูกตั้งเตะ แถมยังมีทีเด็ดด้วยการเป็นจอมแม่นโทษ โยเขามีสถิติการยิงประตูที่ยอดเยี่ยมในหมู่กองหลัง หลังเคยซัดให้บุรีรัมย์ไปถึง 12 ประตูจาก 55 นัด และยิงให้โซลไปแล้ว 7 ประตูจาก 97 นัด

นอกจากนี้ จากความโดดเด่นดังกล่าว ยังทำให้แฟนบอลนำเขาไปเปรียบเทียบกับ เฟอร์นันโด เอียร์โร่ ตำนานแนวรับสเปน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยอมรับอย่างถ่อมตัวว่านับเป็นเกียรติอย่างมากที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนานร่วมชาติ แต่นักเตะที่เขาถือเป็นแบบอย่างจริงๆ คือซีเนดีน ซีดาน เพลย์เมกเกอร์ชาวฝรั่งเศส เขาชื่นชอบความเข้าใจเกม การสร้างสรรค์เกมของเพลย์เมกเกอร์หัวไข่ดาวเป็นพิเศษ

“นักเตะที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคือ ซีเนดีน ซีดาน แต่ตอนนี้ผมเล่นเหมือนกับ ชาบี, ซาบี อลองโซ และ อันเดรส อิเนสตา” แข้งชาวกระทิงกล่าวกับ kleaguefootball.com

Photo credit : Getty

ทั้งนี้ จากการที่ ชา ดู รี กัปตันทีมคนปัจจุบันประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาล 2015 ทำให้หากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาน่าจะกลายมาเป็นกัปตันทีมของเอฟซี โซลอย่างเป็นทางการ

จากแข้งไทยพรีเมียร์ลีกสู่การเป็นนักเตะประวัติศาสตร์เคลีก ออสมาร์พิสูจน์ให้เห็นว่าความพยายามและความมุ่งมั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาก้าวมาถึงจุดนี้

จากนี้คงมีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าเมื่อไรที่สโมสรจากเมืองหลวงแห่งเกาหลีใต้ จะเล็กเกินไปสำหรับเขา และเมื่อนั้นกองหลังร่างโย่งรายนี้ก็อาจจะต้องออกเดินทางอีกครั้ง

comments